Uncategorized

ทักษะการเรียนรู้ Life Long Learning 4C

ระบบการศึกษาไทยต้องให้ความสำคัญฝึกเด็กไทยให้เชี่ยวชาญ 4 เรื่องนี้

เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ความรู้ใหม่ๆมีมาให้เรียนตลอดเวลา เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วขึ้น เด็กไทยต้องมีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  1. ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skill) คือมีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือเรียกว่า 4 Cs 
  2. ทักษะโลกดิจิตัล (Digital Literacy) เมื่อโลกเปลี่ยนไป องค์ความรู้ใหม่ล้วนอยู่ในโลกออนไลน์ เด็กๆต้องมี ความสามารถที่จะเรียนรู้ และนำความรู้ในโลกดิจิตัลมาประยุกต์ใช้และพัฒนาตนเองต่อไป ผู้ที่อ่อนด้อยทักษะนี้ จะถูกถาโถมด้วย Fake News มีความรู้และความเชื่อที่ผิดๆและกลายเป็น “เหยื่อ” ได้ง่ายมาก
  3. ทักษะชีวิต (Life Skill) ทักษะที่จำเป็นต่อวิญญูชนมาตลอดและยังจำเป็นต่อไปเรื่อยๆ 

วันนี้ ทักษะที่สำคัญแห่งอนาคตมานำเสนอเพียงแค่ส่วนเดียวกัน ที่เหลือจะทะยอยลงให้ครบต่อไปครับ

Learn Skill หรือ Learning How to Learn

คีย์เวิร์ดที่สำคัญคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ครับ

องค์ความรู้ต่างๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงและเพิ่มพูนได้ตลอด

การที่คนๆนึง เรียนจบหลักสูตรและนำความรู้ไปใช้หากินตลอดชีวิตไม่มีแล้ว

เราจึงได้ยินคำว่า Upskill / Reskill บ่อยขึ้น

แต่คำนี้ใช้กับผู้ใหญ่ ที่มีทักษะใดทักษะหนึ่งมาอย่างแข็งแรงแล้ว

หลายคน ถูกบังคับกลายๆให้ต้องปรับตัว

จะดีกว่าไหม ที่การ “ปรับตัว” กลายมาเป็นวิธีชีวิต

ทุกคนในสังคมพร้อม เรียนรู้ ปรับต่อ ต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

นับเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่เป็นไม้อ่อนดัดง่าย 

พ่อแม่สามารถสอนให้เด็กๆ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ปรับต่อให้ทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนใหม่ได้ทันท่วงที ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้

ด้วยทักษะการเรียนรู้ หรือ จะเรียกว่า 4 C

ประกอบไปด้วย

  1. Critical Thinking หรือการรู้จักใช้ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ

สิ่งนี้จำเป็นมากๆ และมากขึ้นต่อไปเรื่อยๆ 

ลองนึกดูนะครับ ว่าในทุกวันนี้ เรารับข้อมูลข่าวสารมากมาย ทั้งข้อมูลจากผู้รู้ หรือความเห็นต่างๆ ในทุกแง่ทุกมุม

ใน Social Media ทุกคนสามารถออกความเห็นได้อย่างกว้างขวาง บางโพสต์ เม้นกันเป็นพันๆข้อความ 

ทุกข้อความล้วนมีวัตถุประสงค์ เช่น ต้องการให้เราเห็นตาม โน้มน้าว เป็นกลาง หรือแม้แต่สร้างดราม่า

เราจะทำอย่างไรให้เด็กๆที่ขาดประสบการณ์ “เลือก” ที่จะคิด หรือเชื่อสิ่งใด

Critical Thinking คือ คำตอบครับ

Critical Thinking คือ ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ผู้ที่มี Critical Thinking ขึ้นชื่อได้ว่าเป็น

“ผู้คิดเป็น”

การเป็นผู้มีวิจารณญาณ เกิดจากการพัฒนา “คุณภาพการคิด” ให้เป็นผู้มีความคิด รู้จักพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล เพื่อมุ่งเน้น การตัดสินใจว่าสิ่งใดควรเชื่อ สิ่งใดควรทํา 

จึงเป็นการคิดที่ต้องอาศัยเหตุผลและข้อมูลที่เชื่อถือได้มา ประกอบการตัดสินใจ การคิดอย่างมีวิจารณญาณจึงจําเป็นอย่างยิ่งสําหรับคนเราเมื่อต้องเผชิญกับ ปัญหาต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกกระทําสิ่งต่างๆ ได้เหมาะสม

จะสอนลูกหลานให้คิดเป็น ต้องสอน 2 เรื่องครับ

1 สอนให้ตั้งคำถาม ชอบสืบชอบค้น มีเหตุมีผล มีตรรกะ และไม่มีอคติ

2 สอนให้ลงมือทำ ฝึกแก้ปัญหา ฝึกให้กล้าลองกล้ารู้ ไม่กลัวผิดพลาด

  1. Creativity ความคิดสร้างสรรค์ คือ ภาคปฏิบัติของจินตนาการ

เมื่อเด็กๆกล้าตั้งคำถาม อยากรู้อยากเห็น และมี Critical Thinking จะเริ่มสืบค้น หาความรู้  ทดลองคำตอบ เมื่อทำบ่อยครั้งเข้า ก็จะกลายเป็นทักษะ

Creativity ถ้าอยู่อย่างโดดเดี่ยว ขาดหลักคิด หลักฐาน ตรรกะ ก็จะกลายเป็นแค่ความเพ้อฝัน หลักลอย อยู่ในจินตนาการ

ผู้ที่มี Creativity และมี Critical Thinking ขึ้นชื่อว่าเป็น

“ผู้แก้ปัญหาเป็น”

เมื่อเด็กๆโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และเริ่มเชี่ยวชาญการใช้ทักษะทั้ง 2 ประการ เค้าก็จะสามารถหาคำตอบกับคำถามที่ใหญ่ขึ้นได้

เช่น ฉันเป็นใคร ฉันเกิดมาทำไม ฉันต้องการอะไรจริงๆในชีวิต

การรู้จักแกัปัญหา

เริ่มจากการตั้งคำถาม 

ระหว่างนั้นต้องใช้ทักษะ Creativity

ได้แก่ รู้จักระดมสมอง ออกแบบ จิตนาการ คิดนอกกรอบ การด้นสด เปลี่ยนมุมมอง 

และสุดท้าย ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

  1. Communication ทักษะการสื่อสาร ทุกวันนี้ ทุกคนเป็นทั้งผู้รับสาร และผู้ส่งสาร สังคมได้รับ

ประเด็กสำคัญ สื่อสารกับตนเอง VS สื่อสารกับผู้อื่น

เด็กๆควรเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับตนเอง เรียนรู้ความต้องการ เรียนรู้ Drive ทางจิตวิทยาของตัวเอง เรียนรู้ที่จะ Deal กับความกลัว ความโกรธ ของตนเอง

เด็กๆควรเรียนรู้ Mindset ของตนเอง เรียนรู้ที่จะเท่าทัน และจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกตนเอง 

สำคัญพอๆกับการสื่อสารกับตนเอง คือ การสื่อสารกับผู้อื่น

ต้องการอาศัย การเข้าใจผู้อื่น (Emphaty) และการฟังแบบ Deep Listening

เด็กๆต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่าง Non Violence Communication

โดยรวมพอจะรวบรวมแนวคิดในการสื่อสารออกมาได้ดังนี้ 

ทักษะการฟัง >>> เด็กๆรู้จักตั้งใจฟัง รับรู้ทั้งเนื้อความ และอารณ์ความรู้สึก รู้จักใช้เทคนิก Deep Listening และ Empathy

พูด >>> เด็กๆรู้จักการตั้งคำถาม รู้จักเลือกคำพูด เลือกใช้นำเสียง ภาษาท่าทาง การแสดงออกทางสีหน้า และรู้จัก Non Violence Communication

อ่าน >>> อ่านจับใจความ อ่านระหว่างบรรทัด

เขียน >>> เขียนอย่างสร้างสรรค์ ตรงประเด็นและสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้ รู้จักเขียนเพื่อสื่อทั้ง Content และ Context

  1. Collaboration
    Dr. Yuval Noah Harari ผู้เขียนหนังสือ Sapiens ระบุว่า >> พลังที่แท้จริงของมนุษย์ชาติ คือ ความสามารถอยู่รวมกลุ่มกันเป็นแสนเป็นล้าน โดยสื่อสารกัน ร่วมมือกันจนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ 

การแก้ปัญหาใหญ่ๆ และซับซ้อน ต้องการมากกว่าแค่คน 1 คน

เด็กรุ่นใหม่ ต้องฝึกความสามารถที่จะร่วมไม้ร่วมมือกับผู้คนต่างๆในสังคม ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นสังคมโลก

ประเด็น คือ เด็กๆต้องฝึกฝนทักษะการทำงานร่วมกัน แบ่งปันไอเดีย และทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค​์ สามารถแบ่งเป็นทักษะย่อยๆ ดังนี้

1 Brain Strom คือ การระดมสมองในกลุ่ม รู้จักการเสนอแนะและจดความคิดอย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดวิจารณ์

2 ฝึกการตัดสินใจ ต้องใช้การเรียงลำดับความสำคัญ อะไรก่อน อะไรหลัง แยก อะไรสำคัญ อะไรเร่งด่วน

3 ฝึกแบ่งงาน แบ่งความรับผิดชอบ อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น

4 ฝึกตั้งเป้าหมาย ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ ตัดสินใจว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร และระบุวัตถุประสงค์ที่ทำได้อย่างชัดเจน

5 ฝึกภาวะผู้นำ คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่สมาชิกทุกคนสามารถมีส่วนร่วมตามความสามารถของแต่ละคน

5 ฝึกบริหารจัดการเวลา คือ แบ่งงาน จัดตารางงาน และติดตามความคืบหน้าตามแผน

6 ฝึกการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดกับทีม เด็กๆต้องรู้จัก ร่วมมือ ประนีประนอม เด็ดเดี่ยว หรือเจรจาต่อรอง

7 ฝึกการสร้างทีมหมายถึงการทำงานร่วมกันตลอดเวลาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน

โดยสรุป

Critical Thinking คือ การคิดในเชิงลึก เป็นการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบเพื่อทำสร้างความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อผู้คนพูดถึงกิจกรรมของ “สมองซีกซ้าย” พวกเขามักจะหมายถึงการคิดอย่างมีวิจารณญาณครับ

Creativity คือ การคิดในเชิงกว้าง ปลายเปิด และการเสาะหาความเป็นไปได้ เมื่อผู้คนพูดถึงกิจกรรม “สมองซีกขวา” พวกเขามักหมายถึงความคิดสร้างสรรค์

Communication คือ การสื่อการกับตัวเอง และผู้อื่น เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และจะนำพาไปสู่ทักษะ C ตัวที่ 4 คือ

Collaboration คือ ความร่วมไม้ร่วมมือ ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ แก้ปัญหาใหญ่ๆร่วมกัน

ผู้ที่ฝึกฝนและเชี่ยวชาญทั้ง 4 ทักษะนี้ ก็สามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างโลกในศตวรรษที่ 21 นี้ได้ครับ

#smarticamp

#growthmindsetcamp

#KruGab

#ParentsLibrary