Parent’s Library

Uncategorized

จะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร? แค่เปลี่ยนวิธีมองก็อาจเจอคำตอบที่หา

รู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร

ลูกลองหลายอย่างแล้ว แต่ทำไมยังไม่รู้เลยว่าความถนัดมีอะไรบ้าง?

หลายบ้านส่งลูกไปเล่นกีฬา ฝึกดนตรี ลองกิจกรรมเสริมแทบทุกอย่าง แต่พอถามว่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไรกลับตอบไม่ได้ บางบ้านเริ่มกังวลเมื่อเห็นเด็กบ้านอื่นดูมีแววโดดเด่น ขณะที่ลูกตัวเองยังวนอยู่กับคำถามเดิม ๆ จนสุดท้ายก็เริ่มเผลอตัดสิน โทษตัวเอง หรือแม้แต่เริ่มไม่มั่นใจในศักยภาพของลูก

ในฐานะผู้พัฒนาหลักสูตรค่ายช่วงปิดเทอม SMART-i Camp ครูแก๊ปเห็นความพยายามของคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเป็น “ลมใต้ปีก” ส่งลูกให้ไปได้ไกลที่สุดในทางที่ใช่ แต่เชื่อไหมว่า การที่เรายังตอบไม่ได้ว่าลูกมีความถนัดมีอะไรบ้างไม่ใช่เพราะขาดความใส่ใจ แต่อาจเป็นเพราะเรากำลังมองลูกผ่านเลนส์ที่ผิด ในโลกของเด็กนั้น ความถนัดของตนเองไม่ได้แสดงออกมาแบบตรงไปตรงมาเหมือนผู้ใหญ่ บทความนี้จึงอยากชวนมาเปลี่ยนวิธีสังเกต เพื่อค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของลูกแบบไม่ต้องเดา และเริ่มต้นสนับสนุนเขาได้อย่าง
ถูกจุด

อะไรคือกำแพงขวางกั้นพ่อแม่ไม่ให้เห็นความถนัดของตนเองในตัวลูก?

ทำไมคำถามที่ว่า “จะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร” ถึงกลายเป็นโจทย์หินสำหรับหลายบ้าน? จากประสบการณ์ของครูแก๊ป เด็กจำนวนไม่น้อยกำลังติดอยู่ในกับดักของการไม่ได้รับโอกาสทำความรู้จักตัวเอง ส่วนใหญ่เติบโตมาในระบบการเรียนแบบเดิมที่เน้นการวัดผลเพียงด้านเดียว ซึ่งไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เขาโชว์ศักยภาพที่หลากหลาย แถมบางครั้งเด็ก ๆ ยังต้องเดินตามเส้นทางที่ผู้ใหญ่หรือคนใกล้ชิดวางไว้ให้ พอรวมกับแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อม ทั้งเพื่อน ครู หรือความคาดหวังจากคนใกล้ตัว ตัวตนของเด็ก ๆ จึงเริ่มเลือนราง นี่เองคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ดูไม่ออกว่าในตัวเด็ก ๆ นั้นความถนัดมีอะไรบ้าง

ไม่ใช่ลูกไม่มีแวว แต่คุณพ่อคุณแม่อาจกำลังแปลสัญญาณแบบผิดอยู่

เมื่อยังไม่แน่ใจว่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร หลายครั้งพ่อแม่จึงเผลอใช้ “ประสบการณ์ของตัวเอง” หรือ “ภาพความสำเร็จที่คุ้นเคย” มาเป็นตัวตัดสินลูก ซึ่งความเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจทำให้มองข้ามความถนัดของตนเองที่แท้จริงของเด็กไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างความเข้าใจผิดเหล่านั้น เช่น

  • ไม่ชอบเรียน = ไม่เก่ง
    จริง ๆ แล้วเด็กอาจแค่ไม่อินกับวิธีการเรียนมากกว่าตัวเนื้อหา
  • เงียบ = ไม่สนใจ
    เด็กบางคนไม่ได้แสดงออก แต่กำลังสังเกต คิด และประมวลผลอยู่ข้างใน
  • ทำได้หลายอย่าง = ยังไม่เจอทาง
    บางครั้งนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กมีศักยภาพหลากหลาย เพียงแค่ยังไม่ได้โฟกัส
  • ยังไม่เก่ง = ไม่ใช่ความถนัด
    ทั้งที่จริงแล้ว “ความถนัด” ต้องใช้เวลาในการพัฒนา ไม่ใช่เห็นผลทันที

ก่อนจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร ต้องเข้าใจความชอบกับความถนัดก่อน

จากความเข้าใจผิดที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ครูแก๊ปอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองแยก “ความชอบ” กับ “ความถนัด” ออกจากกัน ความชอบ (Passion) คือแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์
ที่ทำให้ลูกมีความสุขและอยากลงมือทำซ้ำ ๆ  ส่วนความถนัด (Talent) คือศักยภาพที่ซ่อนอยู่ข้างในที่ทำให้เขาทำสิ่งนั้นได้ดีเป็นพิเศษและเรียนรู้ไวกว่าค่าเฉลี่ย 

นึกภาพง่าย ๆ เด็กบางคนอาจจะชอบวาดรูปมาก แม้ตอนนี้ลายเส้นจะยังขยุกขยิกแต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่วาด ในขณะที่เด็กอีกคนถนัดคิดเลขไว แต่ทำไปเพราะหน้าที่และไม่มีรอยยิ้มเลย เห็นได้ว่าความชอบไม่จำเป็นต้องเก่งทันที และการที่ลูกยังทำได้ไม่ดีในตอนแรก ไม่ใช่เหตุผลที่ควรให้เขาเลิก แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสะสมชั่วโมงบิน เพื่อให้ความชอบค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นความถนัดของตนเอง การเข้าใจความต่างของสองสิ่งนี้จึงมีไว้เพื่อสนับสนุนให้ถูกจุด  รู้ว่าเมื่อไหร่ควรให้โอกาส เมื่อไหร่ควรประคอง และไม่เผลอไปขวางทางสิ่งที่ลูกกำลังจะเติบโต

5 วิธีสังเกตเพื่อหาคำตอบว่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร ชอบอะไร?

นักจิตวิทยาเคยกล่าวไว้ว่า “คนเราอยากรู้ความหมายในการมีชีวิตอยู่ เลยต้องค้นหาตัวเองให้เจอ” ซึ่งในมุมมองของเด็ก การที่ลูกรู้ความถนัดของตนเอง จะช่วยให้เขามีเป้าหมายชัดเจน รู้จุดแข็งจุดอ่อน และรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าใคร และหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่คือการช่วยเปิดประตูบานนั้นให้เขา ในส่วนนี้ ครูแก๊ปผู้พัฒนาค่ายเด็กจากผลวิจัยระดับโลก SMART-i Camp จึงอยากมาแชร์ทริกในการสังเกต พร้อมวิธีหาสิ่งที่ตัวเองถนัดสำหรับเด็ก เพื่อให้การสนับสนุนลูกค้นพบความถนัดของตนเอง

ช่วงเวลาที่ลูกเป็นอิสระที่สุดคือช่วงที่เขา “เป็นตัวเองที่สุด” ลองสังเกตดูว่าในวันสบาย ๆ ที่ไม่มีการบ้านหรือกิจกรรมบังคับ ลูกเลือกทำอะไรเป็นอย่างแรก บางคนอาจหยิบหนังสือมาอ่าน บางคนวาดรูป บางคนเล่นเกมหรือสร้างอะไรบางอย่าง สิ่งเหล่านี้คือเบาะแสสำคัญของความสนใจจริง ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของวิธีหาสิ่งที่ตัวเองถนัดได้ดีมาก

เด็กจะไม่เสียเวลากับสิ่งที่เขาไม่สนใจ ถ้าลูกหยิบสิ่งเดิมมาทำซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องมีใครบอก นั่นเป็นสัญญาณชัดว่าเขากำลังอิน กับมันจริง ๆ และความสนใจที่เกิดซ้ำแบบนี้เอง
ที่จะค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นความถนัดของตนเองในอนาคต

ศักยภาพของเด็กมักจะแสดงออกชัดที่สุดในช่วงที่เขาจดจ่อกับบางสิ่งได้นานโดยไม่ต้องมีใครบอก และยังมีความสุขกับสิ่งนั้นจนลืมเวลา ภาวะแบบนี้เรียกว่า “ภาวะลื่นไหล (Flow)” ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกำลังทำงานได้เต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นตอนอ่านหนังสือ เล่นดนตรี หรือแม้แต่การเล่นเกมที่ต้องใช้ความคิด หากพ่อแม่สังเกตช่วงเวลาแบบนี้บ่อย ๆ จะเริ่มเห็นแนวโน้มชัดขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกเชื่อมโยงได้ดี และอาจเป็นคำตอบสำคัญของการค้นหาความถนัดของตนเองโดยไม่ต้องเดา

เด็กมักถามในสิ่งที่เขาสนใจเสมอ เช่น เรื่องธรรมชาติ เทคโนโลยี หรือคนรอบตัว คำถามเล็ก ๆ เหล่านี้สะท้อนทิศทางความคิดและความสนใจของลูกได้ดีมาก แทนที่จะรีบตอบ ลองฟังให้ลึกขึ้น แล้วเราจะเริ่มเข้าใจโลกของเขามากขึ้น

การค้นหาความถนัดของตนเองไม่ได้เกิดแค่ในห้องเรียน แต่เกิดจากการได้ลองในสถานการณ์หลากหลาย ทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์ กีฬา งานกลุ่ม หรือแม้แต่การออกไปเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างค่าย SMART-i Camp  ยิ่งลูกได้ลองมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งเห็นว่าเขาตอบสนองกับอะไร ทำให้ได้คำใบ้สำคัญของคำถามว่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไร

อย่าหยุดแค่รู้ว่าลูกถนัดด้านอะไร แต่ต้องช่วยต่อยอดให้ถูกทาง!

พ่อแม่ช่วยเสริมความถนัดของลูก

เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับ “เมล็ดพันธุ์” ของความชอบและความถนัดที่ต่างกัน หากคุณพ่อคุณแม่สามารถพรวนดินและรดน้ำได้อย่างถูกวิธี เมล็ดพันธุ์นั้นจะเติบโตเป็นต้นไม้
ที่แข็งแรง หรือที่เรียกกันว่า “พรสวรรค์” ดังนั้นเมื่อเริ่มจับสังเกตได้แล้วว่าความถนัดมีอะไรบ้าง? ลองมาดูเทคนิคเล็ก ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนความชอบและความถนัดของเด็กตามด้านล่างนี้กันเลย

1. สนับสนุนโดยไม่ทำแทน

เมื่อเห็นแล้วว่าลูกเริ่มไปได้ดีกับบางอย่าง สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ “ช่วยเสริม” แต่ไม่เข้าไป “ควบคุม” หรือทำแทนทั้งหมด เช่น ช่วยหาทรัพยากร หาโอกาส หรือชวนคิดต่อยอด
แต่ยังคงให้ลูกเป็นคนลงมือและตัดสินใจเอง เพราะถ้าเรากลายเป็นคนทำแทน สุดท้ายสิ่งนั้นจะไม่ใช่ของลูกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นความคาดหวังของพ่อแม่

2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลองผิดลองถูก

เมื่อเด็กเริ่มมีความสนใจหรือความถนัดบางอย่าง พ่อแม่มักเผลอคาดหวังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น อยากให้เก่งขึ้นเร็ว ๆ หรืออยากเห็นผลลัพธ์ชัด ๆ แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าผลลัพธ์คือ “วินัยและความต่อเนื่อง” คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยให้ลูกเรียนรู้ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาเลือก โดยไม่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นความเครียด ถ้าความกดดันเข้ามาแทนที่ความสนุก ความชอบนั้นก็อาจค่อย ๆ หายไป

3. ให้ความรักอย่างเท่าเทียม

เด็กแต่ละคนต้องการการสนับสนุนไม่เหมือนกัน บางคนต้องการกำลังใจ บางคนต้องการพื้นที่ บางคนต้องการแค่คนรับฟัง จึงควรมองลูกเป็นรายบุคคล ไม่เปรียบเทียบ
และสะท้อนให้เขาเห็นจุดแข็งของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเด็กรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาจะกล้าลอง กล้าค้นหา และพัฒนาความถนัดของตนเอง เต็มที่มากขึ้น

4. ต่อโอกาสจาก “ความสนใจเล็ก ๆ” ให้กลายเป็นทักษะ

อย่าปล่อยผ่านสิ่งที่ลูกสนใจ ลองต่อยอดด้วยกิจกรรมที่ใกล้เคียง เช่น ถ้าลูกชอบวาดรูป อาจชวนเรียนรู้ศิลปะเพิ่มเติม ถ้าชอบธรรมชาติ อาจพาไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ความชอบเล็ก ๆ เหล่านี้ หากได้รับการต่อยอดอย่างถูกจุด จะค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นทักษะที่ชัดเจนขึ้นได้ในอนาคต

สุดท้ายนี้ การค้นพบคำตอบที่ว่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถนัดอะไรไม่ใช่เพียงการตามหาผลลัพธ์ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันของครอบครัวเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้สำรวจว่าความถนัด
มีอะไรบ้าง และบ่มเพาะจนกลายเป็นความถนัดของตนเองในที่สุด ทั้งนี้ หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาตัวช่วยเพื่อซัพพอร์ตวิธีหาสิ่งที่ตัวเองถนัดของลูกแบบแม่นยำ Summer Course จาก SMART-i Camp ยินดีเป็น Safe Space แห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้เด็กๆ ได้ทดลองกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อฝึกฝนทั้ง Hard Skills และ Soft Skills
ผ่านกระบวนการจิตวิทยาเชิงบวก ช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเองและเติบโตไปสู่อนาคตอย่างมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด

เปลี่ยนทุกการ ‘ลอง’ ให้เป็นการค้นพบตัวตน
มาสร้าง Safe Space เพื่อค้นหาความถนัดของลูกไปกับเราที่ SMART-i Camp

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ครูแก๊ป ศิริภพ โสมาภา

close
Start typing to see posts you are looking for.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก
Set your categories menu in Theme Settings -> Header -> Menu -> Mobile menu (categories)

รายการค่ายที่ลงทะเบียน

close